Register | Sign In
เกี่ยวกับเรา | Mobile version | ePaper edition
ติดต่อโฆษณา | ส่งข่าว/ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อสำนักข่าว
  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15 
รวมช่องทีวีมุสลิม บรรจง yateem tv
white channel tmtv มุสลิม
ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ช่อง3 ดูทีวีช่อง7
ดูทีวีช่อง9 ดูทีวีช่อง5
             
เลือกเวลาละหมาด
จังหวัด

หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ

  คอลัมนิสต์

ทรัพยากรที่สำคัญของชาติคือคน

พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: ทรัพยากรที่สำคัญของชาติคือคน

keywords: คอลัมนิสต์, สมชาย วิรุฬหผล, ข่าวสังคม, เมืองไทย, การปฏิรูปประเทศ

 

                การปฏิรูปประเทศไม่มีทางสำเร็จได้เลย ถ้าไม่ปฏิรูปคนให้มีคุณสมบัติที่ดีพอ คือ ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม วินัย และ ความรู้ความสามารถในการทำงานได้ตลอดจนมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ไม่ใช่พรรคพวก หรือยึดติดกับสถาบันการศึกษา หรือสถาบันชั้นสูงที่ไปรับการอบรมกันมา ยิ่งสถาบันที่มีระบบโซตัส คือ ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง ที่เกาะเกี่ยวกันเหนียวแน่นก็จะยิ่งทำให้การปฏิรูปยากยิ่งขึ้น เพราะการปฏิรูปต้องทำให้คนเปิดใจกว้าง ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ดีงาม ไม่ใช่ยึดติดกับรากเหง้าเก่าแก่ที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งถ้ายึดถือแก่นแท้ของศาสนา ในแต่ละศาสนาต่างสอนให้เปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นคนที่ดีมีศีลธรรม และไม่ยึดติดกับพิธีกรรมที่ไร้สาระไร้ประโยชน์ อย่างเช่น ระบบอุปถัมภ์หากทำให้เกิดประโยชน์ก็ต้องยึดหลักคุณธรรมเป็นที่ตั้ง เช่น พรหมวิหาร 4 นั่นคือ มีเมตตา กรุณา ต่อผู้ที่ต่ำกว่า มีมุทิตาต่อผู้ที่อยู่สูงกว่า และมีอุเบกขาหากพรรคพวกกระทำผิดด้วยการไม่ปกป้อง

                สำหรับการผลิตหรือการสร้างคนที่พร้อมจะทำงานเพื่อการปฏิรูปนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษา ทั้งของพลเรือนและทหาร อีกส่วนก็เป็นหน้าที่ของรัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน เราลองมาดูว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกเขามีทัศนะอย่างไรในการสรรหาคนมาทำงาน

                1.เด็กเรียนเก่งสอบได้คะแนนสูงไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนทำงานดีเสมอไป พบว่าคนเรียนเก่งมักเป็นคนเห็นแก่ตัว มีอัตราสูงเข้ากับคนยาก เกรดจึงไม่ใช่ดัชนีชี้ความสามารถในชีวิตการทำงานจริงได้ แต่แน่นอนการเรียนดีเกรดดีก็ไม่ใช่จุดอ่อน

                2.การจบจากมหาวิทยาลัยดังๆมิได้เป็นดัชนีชี้วัดเช่นเดียวกับเกรด แต่การอบรมบ่มนิสัยของสถาบันโดยเฉพาะการมีใจกว้าง การยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น การรู้จักทำงานเป็นทีม ที่หลากหลายกลับกลายเป็นสิ่งสำคัญ

                3.ความเป็นผู้นำ มิได้ชี้วัดจากการมีตำแหน่งในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา แต่ผู้นำที่ดีจะจัดการได้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในกลุ่มและเมื่อได้จังหวะเวลาอันเหมาะสม คุณพร้อมจะก้าวออกมานำกลุ่มได้หรือไม่ และคุณธรรมที่จะถอยหลังด้วยการปล่อยให้คนอื่นนำเมื่อจังหวะเหมาะสมเช่นกัน เรียกว่าความถ่อมตนทางปัญญา

                4.มีความสามารถในการเรียนรู้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับไอคิวหรือความฉลาดเฉลียว แต่หมายถึงความสามารถในการจับเอาข้อมูลหลายๆอย่างมาผสมผสานก่อให้เกิดความรู้ในการทำงานให้สำเร็จ ซึ่งบางเรื่องอาจดูไม่เกี่ยวกัน เมื่อนำมาร้อยเรียงกันแล้ว สามารถทำให้ปฏิบัติงานได้สำเร็จได้


                ซึ่งบริษัทชั้นนำดังกล่าวใช้การสร้างสถานการณ์จำลองในการทดสอบเพื่อรับสมัครพนักงาน เพื่อหา Soft Skills เช่น การเป็นผู้นำ ความถ่อมตน การรู้จักประสานงานกับผู้อื่น และพร้อมจะปรับตัวรับการเรียนรู้และเรียนใหม่

                ตอนนี้บริษัทดังกล่าวได้เปลี่ยนฝ่ายทรัพยากรบุคคล Human Resources หรือ HR เป็นชื่อพื้นๆใกล้ความจริงเข้าใจง่าย คือ People Operations หมายถึงคนทำงานนี่เอง ไม่ใช่เลือกเทวดา บริษัทแห่งนี้ยังพบว่าคนที่จบจากมหาวิทยาลัยดังๆ จำนวนไม่น้อยไม่สามารถเติบโตในหน้าที่การงานได้ เพราะมีทัศนคติผิดๆ เช่นว่า ถ้ามีอะไรดีๆเกิดขึ้น นั่นเพราะฉันเป็นอัจฉริยะ ถ้ามีอะไรห่วยๆเกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะฝีมือไอ้งั่งสักคนที่ไม่ใช่ฉัน หรือเพราะฉันไม่ได้รับการสนับสนุนเพียงพอในการทำงานนั้น หรือเพราะ... คือโทษสิ่งแวดล้อม ซึ่งในเรื่องนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยพระราชทานพระบรมราโชวาทว่า ข้าราชการไม่ควรอ้างข้อจำกัดเหล่านี้ในการทำงาน แต่ทุกวันนี้ข้าราชการเหล่านั้นก็ยังอ้างเหมือนเดิม ทั้งๆที่คนที่จะเข้าทำงานราชการได้สวนใหญ่จะจบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงชั้นนำทั้งนั้น ที่เขียนมานี่หมายรวมถึงสถาบันของทหารด้วย เช่น ในสหรัฐอเมริกา สถาบันทางทหารที่มีชื่อเสียงคือ เวสปอยท์ เมื่อจบออกมาเขาสามารถเลือกที่จะทำงานในกองทัพ หรือทำกับเอกชนได้เพราะเขามีการปรับตัวอยู่ตลอด คนไทยเราถนัดการลอกเลียนแต่ไม่ค่อยรู้จักการพัฒนา โดยเฉพาะไม่รู้จักนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน หรือมีการต่อยอดอย่างการส่งนักเรียน นักศึกษาไปแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ หรือแข่งทำหุ่นยนต์ชนะเลิศกลับมาก็ไม่มีการต่อยอดนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ งานวิจัยในมหาวิทยาลัยก็เข้าทำนองเดียวกัน เราจึงไม่ค่อยมีนวัตกรรมอะไรใหม่ๆเกิดขึ้น

                ปรากฏการณ์ของการยึดติดกับสถาบันที่จะขอยกเป็นตัวอย่างเพราะมันเห็นชัดคือ มีธนาคารแห่งหนึ่งประกาศรับสมัครพนักงานโดยระบุชื่อสถาบันมาประมาณ 10 แห่ง ทำให้สถาบันการศึกษากลุ่มหนึ่งที่ไม่มีชื่อรวมตัวกันไม่ยอมร่วมทำธุรกรรมกับธนาคารแห่งนั้น ในอดีตธนาคารแห่งนี้เคยรับบัณฑิตจากสถาบันแห่งเดียวด้วยซ้ำ เพราะผู้บริหารเป็นคณบดีอยู่ที่นั่นในขณะนั้น นี่ขยายมาตั้ง 10 แห่ง ก็นับว่าดีแล้วกระนั้นหรือ ส่วนสถาบันที่ไม่มีชื่อในประกาศความจริงแทนการไม่ร่วมธุรกรรมด้วยควรจะต้องมองย้อนไปดูคุณภาพการศึกษาของตนเองว่าเป็นอย่างไร ทำไมเขาไม่รับนักศึกษาที่จบจากเรา ไม่ใช่ไปโทษคนอื่นอย่างเดียว

                อย่างไรก็ตามจะกล่าวถึงในองค์รวมจะพบว่าบัณฑิตจากสถาบันการศึกษาขั้นอุดมศึกษาล้วนแล้วแต่ผลิตคนออกมาที่มีคณะภาพเรียวลง คือ ทำอะไรไม่ค่อยเป็น เสียเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มีชื่อเสียงทั้งพลเรือนและทหาร ความรับผิดชอบก็ไม่ค่อยมี จิตสำนึกต่อส่วนรวมก็ขาดหาย แต่เราก็ยังยึดติดกับชื่อเสียงจอมปลอมเหล่านั้นอยู่ และยอมตายเพื่อสถาบัน แต่ถ้าชาติล่มสลายเราจะอยู่กันได้โดยปกติสุขอย่างไร ประเด็นจึงกลับมาอยู่ที่ว่าหากเราจะปฏิรูปประเทศแล้ว นอกจากจะสร้างระบบที่ดีแล้วยังต้องสร้างคนให้มีคุณภาพ เพราะถ้าไม่ได้สร้างคนที่มีคุณภาพแล้ว ระบบที่ปฏิรูปไว้ก็จะล้มเหลว

                การศึกษาของชาติจึงต้องมีการปฏิวัติใหม่ ไม่ใช่เพียงการปฏิรูป ซึ่งภาระนี้คงจะใหญ่โตเกินไปกว่าที่กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการได้ ทางที่ดี กระทรวงฯควรทำหน้าที่เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรืออย่างเก่งก็ให้เป็นผู้รักษากฎ (Regulator) เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ดำเนินการศึกษา (Operators)

                การจัดทำแผนการศึกษาต้องเป็นวาระแห่งชาติที่ระดมคนทุกภาคส่วนมาร่วมกันทำแผนดังกล่าว และต้องเป็นแผนที่ปฏิบัติได้ปฏิบัติจริง ตลอดจนมีตัวชี้วัดที่บอกได้ถึงผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ไม่ใช่จำนวนหน่วยของผลลัพธ์ (Output)

                สิงคโปร์โดยลี กวนยู เน้นที่การปฏิรูปการศึกษาก่อน จึงทำให้สิงคโปร์เจริญมาทุกวันนี้ ถ้าจะอ้างว่าสิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆทำง่าย ก็ลองดูมาเลเซียที่มหาเดร์ได้เน้นเรื่องการศึกษาในวิสัยทัศน์ 2020 ของท่าน หรือไปดูเกาหลีที่ปัจจุบันการศึกษาอยู่ในอันดับต้นๆ เอ้าไปดูฟินแลนด์ที่ในอดีตมีแต่ทะเลสาปมากมาย แถมอากาศหนาวจัด รายได้หลักทำกระดาษจากไม้สน กับจับปลาขาย ปัจจุบันเจริญรุ่งเรืองมีรายได้ดี มีชีวิตที่สงบสุข เพราะเขาวางแผนการศึกษาของเขามาดี คือมีความรู้คู่คุณธรรม ทำนุบำรุงสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างดีๆอย่างนี้เอาไปช่วยกันคิดช่วยกันทำ ไม่เกินความสามารถของคนไทยหรอกครับ

*************************

  • หมายเหตุ เด็กไทยต้องท่องค่านิยม 12 ประการครับ

 


 

บทความ/นานาทรรศนะ 

โดย.พล.ท.ศ.ดร.สมชาย วิรุฬหผล

www.muslimthaipost.com

 
tags:
คอลัมนิสต์, สมชาย วิรุฬหผล, ข่าวสังคม, เมืองไทย, การปฏิรูปประเทศ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกันนี้
 
 

ข่าววันนี้
ดูทั้งหมด   
บทความดีๆ
ดูทั้งหมด   
ติดต่อ มุสลิมไทย โพสต์ | ระบบช่วยเหลือ | สมัครสมาชิก | ฟรีดาวน์โหลด | ฟังวิทยุออนไลน์
ถ่ายทอดสดจากมัสยิดอัลฮะรอม มักกะฮ์ Link 1, Link 2 | ถ่ายทอดสดจากมัสยิดนาบาวี มาดีนะห์ Link 1, Link 2
MNet Solution | นโยบายสำนักข่าว | เงื่อนไขการบริการ | ติดต่อลงโฆษณา
แผนผังเว็บไซต์ | เพิ่มความเร็วการเข้าเว็บ | อัพเกรดบราวเซอร์
Follow MTP On:  Facebook |  RSS |  Mobile
Copyrights © 2011 www.muslimthaipost.com All Rights Reserved | www.muslimthai.com | Hosting by