Register | Sign In
เกี่ยวกับเรา | Mobile version | ePaper edition
ติดต่อโฆษณา | ส่งข่าว/ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อสำนักข่าว
  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15 
รวมช่องทีวีมุสลิม บรรจง yateem tv
white channel tmtv มุสลิม
ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ช่อง3 ดูทีวีช่อง7
ดูทีวีช่อง9 ดูทีวีช่อง5

             
เลือกเวลาละหมาด
จังหวัด

หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ

  ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน

อย่าขี้เกียจ!! การละหมาดตะรอเวียะห์ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: อย่าขี้เกียจละหมาดตะรอเวียะห์เพราะการละหมาดตะรอเวียะฮฺได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

 


 

 



อย่าขี้เกียจละหมาดตะรอเวียะห์เพราะการละหมาดตะรอเวียะฮฺได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด 
                                                                                                                                                                                                                                           
                           
หากจะกล่าวถึงเดือนที่มีความประเสริฐและ เป็นเดือนแห่งการ อิบาดะห์ และยังเป็นเดือนที่บรรดาชาวมุสลิมเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ก็คงจะไม่พ้นเดือนรอมฎอน เดือนที่ท่านนบีรองรับว่ามีความดี อบอวล อยู่อย่างมหาสารเป็นเดือนแห่งการอภัยโทษ และเพิ่มพูนผลบุญเทียบเท่าทวีคูณ
                           
                                                                                                                
                           
ดั้งที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าเดือนนี้มีความพิเศษใน ตัวอย่างที่ หาเดือนอื่นๆมาเทียบเหมือน และเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในโลกมุสลิมก็เกิดขึ้นในเดือนนี้ด้วย ความพิเศษของเดือนนี้มีมากมาย แต่ที่จะกล่าว ก็คือเรื่องการ ละหมาดตะรอเวียฮฺ


การ ละหมาดตะรอเวียฮฺนั้น ตามบทบัญญัติแล้วเป็น ซุนนัต(ทำแล้วได้บุญไม่ทำก็ไม่ส่งผลอะไร) คำว่าตะรอเวียฮฺนั้นตามหลักภาษาอาหรับ มาจากคำว่ารอฮะหฺ ที่แปลว่าพัก ความหมายคือการละหมาดที่สามารถ หยุดพักได้ แต่ในการหยุด หรือการพักนั้นต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอีหม่าม ที่เป็นตอนนั้นด้วย ในเวลาละหมาด นบีมักจะหันมามองมะมูมก่อนละหมาดเพื่อดู ว่าเด็กเยอะไหมคนชราเยอะไหมจะได้จัดสรรเวลาหยุดได้เหมาะสม


ในอดีตการละหมาดตะรอเวียฮฺ นั้นจะเป็นการต่างคนต่างทำใน ที่พักของตน จะออกมาทำละหมาดตะรอเวียฮฺที่มัสยิดก็แค่ สามวันแรกเท่านั้นโดยยึดเอาแบบอย่างนบี แต่ในสมัยอุมัร ดำรงตำแหน่ง คอลีฟะฮฺได้ออกความเห็นให้ทุกคนมาละหมาดตะรอเวียฮฺรวมกันที่มัสยิดเพื่อความ เป็นระเบียบยิ่งขึ้นและ อันเนื่องมาจากในสมัยท่านนบียังมีคนน้อยอยู่การละหมาด ของใครของมันจึงไม่วุ่นวายแต่ในยุคสมัยท่านอุมัรมี ประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณการทำละหมาดตะรอเวียฮฺของใครของมันนั้นจึงเป็น อะไรที่วุ่นวายท่านอุมัรจึงออกความคิดเห็นให้มาละหมาดรวมกันที่ มัสยิด ในเหตุการณ์ดังกล่าวบางท่านอาจจะนึกว่า ท่านอุมัรทำบิดอะฮฺ โดยการให้มาละหมาดตะรอเวียฮฺรวม ทั้งที่ท่าน นบีทำที่มัสยิดแค่สามวัน แต่ตามที่จริงท่านนบีสนับสนุนให้ละหมาดรวมกันโดยมีฮะดีษ รายงานว่าฮะดีสของท่านหญิงอาอิชะฮฺ ที่แจ้งว่า


“แท้จริงท่านร่อซูลุลลอฮฺ ได้ออกไปคืนหนึ่งในกลางดึกแล้วท่านได้ละหมาดในมัสยิด และได้มีผู้คนมาร่วมละหมาดกับท่านนะบี ในวันรุ่งขึ้นผู้คนได้พูดถึงกันและได้รวมตัวกันมากขึ้น แล้วท่านได้ละหมาด (ในคืนที่สอง) ผู้คนก็ได้มาร่วมละหมาดกับท่าน ต่อมาในวันรุ่งขึ้นก็ได้มีการกล่าวถึงกันอีก ผู้คนได้มารวมตัวกันในมัสยิดมากยิ่งขึ้นในคืนที่สาม ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ก็ได้ออกมาทำการละหมาดเช่นเคย ต่อมาในคืนที่สี่มัสยิดเนืองแน่นไปด้วยผู้คน จนกระทั่งท่านนะบีได้ออกไปละหมาดศุบฮฺ เมื่อท่านละหมาดเสร็จแล้วท่านได้หันหน้าไปยังผู้ที่มาร่วมละหมาดแล้วได้ กล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺ และกล่าวชะฮาดะฮฺ แล้วกล่าวว่า


“พึงทราบเถิดสถานภาพของพวกท่านเป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่ฉันแล้ว แต่ฉันกลัวว่าการละหมาดนี้จะถูกบัญญัติให้เป็นฟัรฎูแก่พวกท่าน แล้วพวกท่านก็ไม่สามารถจะกระทำได้ ต่อมาท่านร่อซูลุลลอฮฺได้ถึงอะญัลของอัลลอฮฺ การละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺก็คงสภาพอยู่เช่นนั้น”   บันทึกโดย : อัลบุคอรีย์ และมุสลิม


และ นั้นก็คือประวัติความเป็นมาของการละหมาดตะรอเวียฮฺ โดยสังเขป ซึ่งการละหมาดตะรอเวียฮฺนั้น มีความสำคัญมาก แต่ใครหลายๆคนกลับมองว่าเป็นแค่ซุนนัต จะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ทั้งนี้ความสำคัญของการละหมาดตะรอเวียฮฺนั้น มีหะดิษยืนยันอยู่ว่า รายงานจากอบี ฮุรอยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่าท่านรอซูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)กล่าวว่า "ผู้ใดที่ละหมาดในเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธา (ต่อคำสั่งและสัญญาของอัลลอฮฺ)รวมทั้งคาดหวังผลตอบแทนจากพระองค์ แน่แท้พระองค์จะทรงอภัยโทษต่อบาปต่างๆ ที่ผ่านมา"  (มุตตะฟะกุน อะลัยห์ : บุคอรี 2/252 และมุสลิม 1/523)
                           
 ครั้งหนึ่งผมเคยได้ยิน คำฟัตวา(ชี้ขาด) ของอีหมามจากต่างประเทศว่า “ใครก็ตามที่ถือศีลอดในตอนกลางวัน แต่ไม่ยอมละหมาดตะรอเวียฮฺใน ยามค่ำคืนการถือศีลอดของเขาก็เท่ากับเหมือนไม่มีความหมาย” ลองคิดสิครับ ถือศีลอดมาตั้งแต่เช้าถึงเย็น แต่กลับไม่ได้อะไรเลย เพราะไม่ยอมละหมาดตะรอเวียฮฺ มันน่าเสียดายขนาดไหน
                           

 

 

 

 

 

ที่มา:   www.thaimuslim.com

www.muslimthaipost.com

tags:
ละหมาดตะรอเวียะห์,ละหมาด,รอมฎอน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกันนี้

 
 

 

ข่าววันนี้
ดูทั้งหมด   
บทความดีๆ
ดูทั้งหมด   

ติดต่อ มุสลิมไทย โพสต์ | ระบบช่วยเหลือ | สมัครสมาชิก | ฟรีดาวน์โหลด | ฟังวิทยุออนไลน์
ถ่ายทอดสดจากมัสยิดอัลฮะรอม มักกะฮ์ Link 1, Link 2 | ถ่ายทอดสดจากมัสยิดนาบาวี มาดีนะห์ Link 1, Link 2
MNet Solution | นโยบายสำนักข่าว | เงื่อนไขการบริการ | ติดต่อลงโฆษณา
แผนผังเว็บไซต์ | เพิ่มความเร็วการเข้าเว็บ | อัพเกรดบราวเซอร์
Follow MTP On:  Facebook |  RSS |  Mobile
Copyrights © 2011 www.muslimthaipost.com All Rights Reserved | www.muslimthai.com | Hosting by