Register | Sign In
เกี่ยวกับเรา | Mobile version | ePaper edition
ติดต่อโฆษณา | ส่งข่าว/ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อสำนักข่าว
  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15 
รวมช่องทีวีมุสลิม บรรจง yateem tv
white channel tmtv มุสลิม
ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ช่อง3 ดูทีวีช่อง7
ดูทีวีช่อง9 ดูทีวีช่อง5
             
เลือกเวลาละหมาด
จังหวัด

หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ

  ข่าวโลกมุสลิม

เรื่องราวที่ถูกลืมของเหยื่อชาวอาหรับในเหตุการณ์ 9/11

พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน

สำนักข่าวมุสลิมไทย   เรื่องราวที่ถูกลืมของเหยื่อชาวอาหรับในเหตุการณ์ 9/11

สำนักข่าวอัล-อาราบิญา - ยังมีเหยื่อชาวอาหรับอีกหลายคนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 9/11 แต่พวกเขาไม่มีได้ถูกระบุชื่อในผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 9/11 และไม่ได้มีการพูดถึง ซึ่งไม่มีใครทราบเหตุผลที่แท้จริง โดยเพียงแต่เดากันในทางที่ดีว่า เป็นเพราะมีจำนวนน้อยจึงไม่ได้ถูกเอ่ยอ้างถึง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ไม่มีรายชื่อของคนอาหรับเหล่านี้ในเอกสารแม้แต่ฉบับเดียวเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันดังกล่าว เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา


ยกตัวอย่างชื่อของอับเดล ซาลาม อัล-เมลาฮี ชาวเยเมนถูกอ้างถึงครั้งเดียวในหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2002 ในบทความดังกล่าวระบุว่า เขามีอายุ 37 ปี ทำงานเป็นวิศวกรด้านแสง-เสียงที่โรงแรมมาริออต ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเวิลด์เทรด และเขากำลังเดินเรื่องให้ภรรยา และลูก 2 คนที่ยังอยู่ในเยเมนเดินทางมาอยู่กับเขาในสหรัฐ

หลังเหตุการณ์ดังกล่าวมีการโพสต์ภายของ เมลาฮี ลงในเว็ปไซต์ Flickr และมีคน 21 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวอาหรับ 3 คน ได้เขียนเกี่ยวกับความกล้าหาญ และเสียสละเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ให้รอดจากเหตุการณ์ 9/11 และพวกเขาสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีใครทั้งในเยเมน และสหรัฐ ที่เขียนยกย่องวีรกรรมของเขา

ฮาซัน นิจมฺ อดีตกงสุลเลบานอนในนิวยอร์ก กล่าวหลังเหตุการณ์ 9/11 ผ่านไปได้ 13 วันว่า มีชาวเลบานอนอพยพเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 4 คน

Boutros al-Hashem หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปีเตอร์ ซึ่งอพยพมาอยู่สหรัฐตั้งแต่อายุ 5 ขวบในปี 2512 พร้อมกับพ่อ-แม่ และพี่-น้องอีก 7 คน เขาเป็น 1 ในผู้เสียชีวิตที่อยู่ในเครื่องบินที่จะบินที่ออกจากบอสตันในวันนั้น เขาทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตใน Teradyne และมีครอบครัวอยู่ที่นั่นประกอบด้วยภรรยา และลูกชาย 2 คน น้องสาวของเขา Rose มีกำหนดจะเดินทางไปพร้อมกับเขา แต่เธอเปลี่ยนใจกะทันหันจึงได้รอดชีวิต

ในเครื่องบินลำเดียวกัน ยังมี วาลิด อิสกันดาร์ ชาวเลบานอนอีกคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอน เขาเดินทางมาบอสตันพร้อมคู่หมั้น เพื่อเยี่ยมน้องสาวของเขา ทั้งคู่มีกำหนดแต่งงานกันในเดือนมิถุนายน หลังเยี่ยมน้องสาวแล้ว ทั้งคู่มีกำหนดเดินทางไปลอส แองเจลิส เพื่อร่วมงานแต่งงานของเพื่อน แต่คู่หมั้นของเขาเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้ายที่จะไม่เดินทางไปพร้อมกัน จึงทำให้ฮาชิมเสียชีวิตเพียงคนเดียว

อิสกันดาร์ เกิดในปี พ.ศ. 2510 ที่กรุงเบรุต และมาเติบโตในคูเวต เขาเรียนจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเป็นหุ้นส่วน/พนักงานในบริษัท Monitor Consulting ในกรุงลอนดอน

ชาวเลบานอนอีกคนหนึ่งที่เสียชีวิตคือ Joud Moussa วัย 35 ปีทำงานในสำนักงานซื้อ-ขายหุ้นที่ Cantor Fitzgerald ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นที่ 101-105 ของอาคารเวิลด์เทรด ซึ่งสำนักงานของเขาอยู่ใกล้จุดที่เครื่องบินชนตึกมากที่สุดจึงไม่มีใครในออฟฟิสรอดชีวิตเลย เขาอพยพมาอยู่สหรัฐในปี พ.ศ. 2527 ทุกเช้าเขาต้องโทรศัพท์ไปหาแม่ที่อยู่ในกัวดาลูป ในแคริปเบียน และเขาโทร.หาแม่ 15 นาที ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชน หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2551 พ่อ-แม่ของเขาจึงเดินทางกลับไปอยู่ในเบรุต

ชาวเลบานอนคนสุดท้าย Robert Dirani ไม่มีภาพปรากฏ เขาถูกระบุชื่อโดยอดีตทูตเลบานอนประจำสหรัฐ เขาอายุ 34 ปี เป็นทนายความ และเดินทางไปยังอาคารเวิลด์เทรดในเช้าวันนั้นเพราะมีนัดที่บริษัทแห่งหนึ่ง

อัลเบิร์ต อัล-อัลฟี วัย 30 ปี เป็นชาวอียิปต์คนเดียวในจำนวนเหยื่อชาวอาหรับที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 9/11 เขาถือสัญชาติแคนาดา อาศัยในเมืองโตรอนโต้หลังจากแต่งงานกับสาวอียิปต์ในโคโร เขาไม่ได้เห็นหน้าลูกคนแรกที่เกิดหลังจากเขาเสียชีวิตเมื่อ 10 ปีก่อน

Robert Elias Talhami ชาวจอร์แดนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เครื่องบินชนเวิลด์เทรด เขาทำงานเป็นโบร๊คเกอร์ในบริษัท Cantor Fitzgerald ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นที่ 104 อาคารเวิลด์เทรด เขาเกิดในปากีสถาน 7 ปีก่อนที่ครอบครัวจะย้ายมาอยู่สหรัฐ หลังจากนั้นครอบครัวย้ายต่อไปอยู่ในเวเนซูเอล่า ซึ่งบิดาทำงานเป็นวิศวกรโครงการที่นั่น โรเบิร์ตจบปริญญาโทในคาราคัสและย้ายกลับมาอาศัยอยู่ในสหรัฐ ก่อนหน้านั้นเขาทำงานในโตเกียว ระหว่างปี 2537-ต้นปี 2544 เขามีลูกชาย 2 คน

ชาวจอร์แดนอีกคนหนึ่งคือ Ramzi Dowani วัย 35 ปี ทำงานเป็นนักบัญชีที่ Marsh & McLennan ตั้งอยู่บนชั้นที่ 100 ของอาคารเวิลด์ เทรด ก่อนหน้าเครื่องบินชนตึก เขาเพิ่งส่งอี-เมล์ถึงพ่อ-แม่ และเพื่อนฝูง ว่าเขากลับจากการพักผ่อนและมาทำงานแล้ว โดวานี่เกิดในอัมมาน มีพ่อ-แม่เป็นชาวปาเลสไตน์ เคยเรียนโรงเรียนประจำในลอนดอน หลังจากนั้นย้ายมาอยู่สหรัฐ และเรียนปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ โดวานี่เป็นคนมีใจกุศล เขาดูแลให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่เจ็บป่วย และให้ที่พักพิงแก่เพื่อนที่ขัดสนด้านเงินทองถึง 2 ปี

ยังมีชาวอเมริกันเชื้อสายเลบานอนที่ไม่ได้เป็นมุสลิมอีก 4 คนที่เสียชีวิต และโบสถ์คริสต์มาโรไนต์ในบรูคลิน ได้ประกาศชื่อพวกเขา ซึ่งได้แก่ Joudi Safi วัย 24 ปี ทำงานเป็นโบร๊คเกอร์ , Katherine Carmen Gharib วัย 41 ปี มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกสาว 1 คน, Mark Hindi วัย 28 ปี เป็นโบร๊คเกอร์ที่ Cantor Fitzgerald และ Jacqueline Sayegh วัย 34 ปี ซึ่งเป็นบริกรที่ร้านอาหารบนชั้น 107 เธอเพิ่งแต่งงานได้ 6 เดือน

http://www.muslimthaipost.com

tags:
เหตุการณ์ 9/11
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกันนี้

 
 

 

ข่าววันนี้
ดูทั้งหมด   
บทความดีๆ
ดูทั้งหมด   

ติดต่อ มุสลิมไทย โพสต์ | ระบบช่วยเหลือ | สมัครสมาชิก | ฟรีดาวน์โหลด | ฟังวิทยุออนไลน์
ถ่ายทอดสดจากมัสยิดอัลฮะรอม มักกะฮ์ Link 1, Link 2 | ถ่ายทอดสดจากมัสยิดนาบาวี มาดีนะห์ Link 1, Link 2
MNet Solution | นโยบายสำนักข่าว | เงื่อนไขการบริการ | ติดต่อลงโฆษณา
แผนผังเว็บไซต์ | เพิ่มความเร็วการเข้าเว็บ | อัพเกรดบราวเซอร์
Follow MTP On:  Facebook |  RSS |  Mobile
Copyrights © 2011 www.muslimthaipost.com All Rights Reserved | www.muslimthai.com | Hosting by